working with P ood upper cut , Shooting with sony EX-3. TVC 1x30 sec.
http://www.youtube.com/watch?v=khUKXxzJU0o&hl=en
Wacoal ping " girl talk " วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2553
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 00:23 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: Wacoal
วาโก้ Ping ชุดชั้นในแฟชั่นคอลเลคชั่นใหม่ เอาใจสาวใสวัยทีน
วาโก้ ปิ๊ง (Wacoal Ping) ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับสาวใสวัยทีน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการวัยรุ่น ในการค้นหาชุดชั้นในที่สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด ชุดชั้นในวาโก้ “ปิ๊ง” ได้นำเอานวัตกรรมการซ่อนโครงไว้ในฟองน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการกดเจ็บจากโครงของชุดชั้นใน และรู้สึกสบายเวลาสวมใส่ มาผสมผสานกับการพิมพ์ลายลงบนฟองน้ำด้านในด้วยดีไซน์เก๋ไก๋ สร้างความแปลกใหม่เฉพาะตัว ตามคอนเซปต์ “ปิ๊ง! ใส่ก็สบาย ลายก็สเป็ค” ครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการพิมพ์ลายทั้งด้านนอกและด้านใน นอกจากนี้สาย ของบรายังสามารถถอดสลับสายเลือกลายอื่นได้ตามต้องการอีกด้วย
วาโก้ ปิ๊ง (Wacoal Ping) ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับสาวใสวัยทีนอายุระหว่าง 15 - 21 ปี พัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการวัยรุ่น ในการค้นหาชุดชั้นในที่สวมใส่แล้วรู้สึกสบาย ไม่อึดอัด กดเจ็บ ชุดชั้นในวาโก้ “ปิ๊ง” ได้นำเอานวัตกรรมการซ่อนโครงไว้ในฟองน้ำ เพื่อไม่ให้เกิดการกดทับ และรู้สึกสบายเวลา สวมใส่มาผสมผสานกับการพิมพ์ลายลงบนฟองน้ำด้านในด้วยดีไซน์เก๋ไก๋ สร้างความแปลกใหม่เฉพาะตัว ตามคอนเซปต์สวยปิ๊งจากภายในครั้งแรกในประเทศไทย
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 00:22 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: �����
แกนนำนปช.บอกทักษิณเสียใจ ปล่อยแกนนำคิดเองสู้ต่อหรือยุติ จตุพรขอลุยถ้ามาร์คยังอยู่ วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2553
นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยอ้างว่า ตนได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ติดตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นของคนเสื้อแดงที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ ที่สะพานผ่านฟ้าฯจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต โดยแสดงความเสียใจและสะเทือนใจมาก
ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุหรือไม่ว่าจะให้สู้ต่อหรือยุติเนื่องจากเกิดการสูญเสีย นายจตุพร กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าให้เป็นดุลยพินิจของคนเสื้อแดง
"จตุพร"แจ้ง"แดง"ตาย14ศพยันสู้ต่อ ถ้า"มาร์ค"ยังอยู่ อ้างหลักสันติ-อหิงสา
เมื่อเวลา 09.10 น. วันที่ 11 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ได้ขึ้นเวทีปราศรัยบนแยกราชประสงค์ ถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่และคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา โดยแจ้งจำนวนเสื้อแดงที่ผู้เสียชีวิตว่ามีจำนวน 14 คน ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ บอกว่ามีการใช้อาวุธปืนใน 2 กรณีคือ ยิงขึ้นฟ้าและป้องกันตัวนั้นไม่จริงเพราะอาวุธที่คนเสื้อแดงยึดได้เป็นอาวุธสงครามทั้งสิ้น ไม่นับที่สะพานวันชาติที่มีการตรวสอบเบื้องต้นว่ากระสุนที่ใช้ยิงทหารเป็นกระสุนจากทหารหน่วยเดียวกัน พร้อมขอฝากไปถามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.ว่า ภูมิใจนักหรือที่เห็นเป็นเช่นนี้
นายจตุพร กล่าวต่อว่า นายอภิสิทธิ์อยากอยู่กี่วันก็อยู่ไปแต่เสื้อแดงพร้อมสู้ เบื้องต้นได้คุยกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี ว่าพรรคเพื่อไทยได้ทำบัญชีรับแจ้งผู้สูญหายซึ่งพรรคได้รับแจ้งเบื้องต้นว่าเสียชีวิต 14 คนแต่รัฐบาลมีการปิดบังอีก พร้อมกันนี้ได้ตั้งศูนย์เยียวยาที่พรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 ผู้ชุมนุมสามารถประสานตรงนั้นได้
"หากคิดว่าต้องการฆ่าประชาชนแล้วรักษาอำนาจ ก็ให้ทำเพราะเสื้อแดงก็จะยิ่งหลั่งไหล แต่เสื้อแดงจะยึดสันติ อหิงสา ส่วนที่เหลือปล่อยให้ทหารแตงโมจัดการและขอสดุดีคนตายว่าเป็นวีรชนพวกเราจะสู้ต่อไปไม่ให้คนเสียชีวิตไปโดยไร้ความหมายและย้ำว่าจะไม่มีเจรจาใด ๆ กับรัฐบาลที่มือเปื้อนเลือด
แกนนำนปช.ยันไม่มีแนวทางเจรจากับรัฐบาล แต่ลดท่าทีแข็งกร้าวบนเวทีลด
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมของ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่เวทีแยกราชประสงค์เช้าวันที่ 11 เมษายน ผู้ชุมนุมยังคงปักหลักชุมนุมอยู่ที่หน้าเวที ในปริมาณที่หนาตา และแกนนำที่ปราศรัยอยู่บนเวที ต่างลดท่วงทำนองการปราศรัยที่ปลุกเร้าลง ไม่รุนแรงเหมือนทุกวันที่ผ่านมา หลังเหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จากเหตุการปะทะกับฝ่ายทหารเมื่อวานนี้ (10 เม.ย.)
ทั้งนี้ รูปแบบการปราศรัยเช้าวันนี้ นอกจากจะลดความเข้มข้นของเนื้อหาลง ยังคงเน้นไปที่การปราศรัยเตือนสติให้ผู้ชุมนุม ใช้สติในการชุมนุมอยู่ในความสงบ และเตรียมพร้อม พร้อมเน้นไปที่การปราศรัยแสดงความเสียใจกับผู้สูญเสีย และญาติพี่น้องจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืน
ขณะที่แกนนำการชุมนุมอย่าง นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายแพทย์เหวง โตจิราการ และนายจรัล ดิษฐาอภิชัย ได้ติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์หลายฉบับ พร้อมทั้งอยู่ในสีหน้าที่เคร่งเครียด และอิดโรยผู้สื่อข่าวได้สอบถาม แกนนำ นปช. ได้รับการยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีแนวทางใดๆ ที่จะรอการนัดเจรจากับฝ่ายรัฐบาล หลังจากที่มีข่าวออกมาก่อนหน้านี้ว่า กลุ่ม นปช.นั้น เตรียมที่จะรอฟังคำขอนัดเจรจา
ส่วนที่แยกถนนเพลินจิต ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่มีความตึงเครียดเมื่อวานนี้ หลังจากที่มีการปรากฏตัวของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งทางกลุ่ม นปช.ได้มีการนำการ์ดมาตั้งกำลังไว้ รวมทั้งมีการนำรถบรรทุกมาจอดขวางถนน
ม็อบแดงแยกมิสกวันผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเช้าบริเวณแยกมิสกวันบรรยากาศค่อนข้างผ่อนคลาย จนท.ทหารได้ปฏิบัติภาระกิจส่วนตัวและได้สับเปลี่ยนกำลัง อย่างไรก็ตาม ในขณะที่ทหารมีการสับเปลี่ยนกำลังดังกล่าวผู้ชุมนุมก็ได้ส่งเสียงโห่ร้องด้วยความคึกคัก ยังคงชุมนุมและอยู่ในที่ตั้งประจันหน้ากับจนท.ทหารแต่ไม่มีอะไรรุนแรง บางคนได้พูดคุยและจับไม้จับมือกับจนท.ทำให้บรรยากาศไม่ตึงเครียด ซึ่งทหารเองก็ไม่มีอาวุธมีเพียงมีโล่ และกระบองแต่บางนายมีการพกปืนเช่นกัน
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 03:40 0 ความคิดเห็น
ทั่วโลกเร่งระดมช่วย เหยื่อแผ่นดินไหวในเฮติ คาดผู้เสียชีวิตอาจถึงแสน วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553
ทั่วโลกเร่งระดมช่วย เหยื่อแผ่นดินไหวในเฮติ คาดผู้เสียชีวิตอาจถึงแสน
นายกรัฐมนตรีเฮติ เผย อาจมีผู้เสียชีวิต จากเหตุแผ่นดินไหว สูงถึง 1 แสนคน ขณะ สภาพเมืองหลวงย่อยยับ อาคารถล่ม พังทลายหลายแห่ง ขณะหลายประเทศ เร่งระดมส่งความช่วยเหลือแล้ว...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ตามเวลาประเทศไทย ว่า อาจมีประชาชนนับแสนคนเสียชีวิต จากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง 7 ริกเตอร์ ที่เฮติ โดยนายกรัฐมนตรีฌอง-แมกซ์ เบลเลอรีฟ กล่าวกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า ประชาชนกว่า 100,000 คน เสียชีวิตจากแผ่นดินไหว ซึ่งมีความรุนแรงที่สุดในรอบ 200 ปี ขณะที่องค์การกาชาดสากล ระบุว่าน่าประชาชนถึง 3 ล้านคน ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว
ด้านประธานาธิบดีเรเน พรีวาล ของเฮติ กล่าวว่า ผู้เสียชีวิตมีจำนวนหลายพันคน ขณะสภาพเมืองหลวงถูกทำลายย่อยยับ อาคารรัฐสภา สำนักงานสรรพากร โรงเรียน และโรงพยาบาลพังถล่ม โรงเรียนหลายแห่งมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เรือนจำแห่งสำคัญ ในกรุงปอร์โตแปรงซ์ มีรายงานหลายกระแสว่า ได้รับความเสียหาย และมีนักโทษหลบหนี ขณะที่หลาย ๆ ประเทศ เช่น สหรัฐ อังกฤษ และ เวเนซุเอลา เร่งส่งความช่วยเหลือมายังเฮติ
การเกิดแผ่นดินไหวที่เฮติในครั้งนี้ทำให้ต้องประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ ขณะตึกแห่งหนึ่งได้ถล่มลงมา...
สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่าศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ รายงานเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ได้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงที่ประเทศเฮติ เมือง Port-au-Prince ทำให้ต้องประกาศเตือนภัยสึนามิ ประเทศในแถบทะเลแคริบเบียน เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวเอพีรายงานว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งได้ถล่มลงมา ขณะที่วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 7 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 10 ไมล์ หรือ 16 กิโลเมตร และ ลึกลงไปใต้ดิน 6 ไมล์ ซึ่งต้องเฝ้าระวังการเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ในเฮติ บางส่วนของประเทศคิวบา โดมินิกันรีพับลิก และ บาฮามาส
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 02:22 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: แผ่นดินไหวในเฮติ, พยากรณ์อากาศ
วงการมายาไทยสูญเสีย 'ท่านทิพย์' ถึงชีพิตักษัย วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553
วงการมายาไทยสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งเมื่อ ม.จ.ทิพยฉัตร ได้ถึงชีพิตักษัย ซึ่งป่วยด้วยโรคพาร์กินสันนานกว่า 15 ปี จะมีพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 15 ม.ค. เวลา 17.00 น. เมื่อวันที่ 13 ม.ค. หม่อมอรศรี ฉัตรไชย ณ อยุธยา ชายาใน ร.ต.ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง เปิดเผยกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า ร.ต.ม.จ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย ได้ถึงชีพิตักษัยแล้วที่บ้านพักในหมู่บ้านบุญโต 6 อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ด้วยพระชันษา 75 ปี หลังประชวรด้วยโรคพาร์กินสัน มาเป็นระยะเวลา 15 ปี พระอาการทรุดลงเรื่อยๆ ทรงพระดำเนินไม่ได้จนกระทั่งเช้าวันที่ 13 ม.ค. เวลาประมาณ 06.00 น. ได้ถวายอาหารทางสายยางปกติ จนถึงช่วงสายพบว่าได้ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบ ถือเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งในวงการภาพยนตร์ไทย
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 06:16 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ข่าวบันเทิง, รต.มจ.ทิพยฉัตร ฉัตรชัย
ปี2010 นี้ มีข่าวจาก"ไฮเออร์"บุกตลาดเครื่องไฟฟ้าเร่งยึดไทย
นายวู ยอง กรรมการผู้จัดการ บริษัทไฮเออร์อิเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ ทั้งในส่วนของการตลาด การขาย และช่องทางจัดจำหน่าย เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น "แบรนด์ไฮเออร์เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยตั้งแต่ปี 45 แต่ที่ผ่านมายังไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดมากนัก เนื่องจากตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทยแข่งขันรุนแรงมาก โดยเฉพาะเรื่องราคา ซึ่งทั้งแบรนด์ญี่ปุ่นและเกาหลีต่างทำสงครามราคากันดุเดือด ดังนั้นการแทรกตัวของสินค้าจีนจึงเป็นเรื่องยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทมองว่าตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าเมืองไทยยังเป็นตลาดที่มีศักยภาพ และมีช่องว่างในการทำตลาดอีกมาก ดังนั้นจึงตัดสินใจซื้อกิจการในส่วนของโรงงานผลิตทีวีไดสตาร์ และปี 50 ก็ซื้อโรงงานผลิตตู้เย็นซันโย ล่าสุดเดือน ม.ค.52 ก็ลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เพื่อผลิตเครื่องปรับอากาศ
สำหรับตู้เย็น ปัจจุบันมีกำลังผลิตปีละ 900,000 ยูนิต ซึ่งปี 53 คาดว่าจะผลิตเพิ่มเป็น 1.1 ล้านยูนิต เครื่องซักผ้า เพิ่มกำลังผลิตเป็น 130,000 ยูนิต จาก 90,000 ยูนิต ตู้แช่แข็ง เพิ่มกำลังผลิตเป็น 10,000 ยูนิต จาก 5,000 ยูนิต และเครื่องปรับอากาศเพิ่มกำลังผลิตเป็น 100,000 ยูนิต จาก 20,000 ยูนิต "การเพิ่มกำลังผลิตสินค้า เพื่อต้องการเพิ่มยอดขายภายในประเทศและส่งออก เพราะอาฟตาจะส่งผลให้บริษัทส่งออกได้มากขึ้น ตั้งเป้าภายใน 3 ปีจะเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเป็น 40% จาก 20%".
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 06:09 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: ไฮเออร์ม ข่าวเศรษฐกิจ
ข่าวอย่าหลงเชื่อเรื่องการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553
สบท.แนะผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อ เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) เปิดเผยว่า การใช้บริการโทรคมนาคมในปัจจุบันของเยาวชน ควรระมัดระวังการให้ข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจาก ในขณะนี้มีหลายเว็บไซต์ที่ผู้ใช้ต้องกรอกเลขหมายโทรศัพท์ ด้วยหลากหลายเทคนิค อาทิ ทดสอบดวง ทดสอบไอคิว ฯลฯ แต่เมื่อผู้ใช้เปิดเผยข้อมูลกลับกลายเป็นการสมัครใช้สินค้าและบริการ นอกจากนี้ ผู้ใช้ควรศึกษาค่าบริการและระบบเทคโนโลยีก่อนใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือขอคำแนะนำการใช้บริการเมื่อเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการใช้งาน รวมถึง ลักษณะพิเศษเพิ่มเติม เพื่อป้องกันปัญหาต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในภายหลัง “มีกรณีลูกเดินทางไปเยี่ยมพ่อที่ต่างประเทศและนำโทรศัพท์มือถือไปใช้ด้วย ปรากฏว่า ถูกคิดค่าบริการถึง 250,000 บาท เนื่องจาก ค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติจะสูงกว่าค่าบริการในประเทศเป็นอย่างมาก โดยผู้ใช้ส่วนมากไม่ทราบว่าการรับสายและไม่รับสายก็เสียค่าบริการ ที่สำคัญ ผู้ให้บริการบางรายจะไม่มีการจำกัดวงเงิน หรือระบบเครดิตลิมิตสำหรับการใช้บริการในต่างประเทศ จึงสมควรตรวจสอบเรื่องดังกล่าวและสอบถามโปรโมชันอย่างเหมาะสม”
เขียนโดย สาระพันข่าว ที่ 17:48 0 ความคิดเห็น
ป้ายกำกับ: หลอกลวง
